-เนื่องจากสปริงที่ใช้มีหลายประเภทดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งแต่ละประเภทจะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันไป ผู้บริโภคสามารถเลือกให้เหมาะสมกับตนตามคุณสมบัติที่ต้องการ
-วัสดุที่รองรับน้ำหนักผู้นอน ถ้าเป็นแผ่นยางพาราจะมีคุณภาพดีกว่าในเรื่องการรับน้ำหนัก แต่จะมีราคาสูงกว่าผ้าฝ้ายอัด หรือฟองน้ำ
-ผ้าหุ้มที่นอนชั้นนอกสุดของที่นอน ควรเลือกใช้ผ้าที่มีส่วนผสมของฝ้ายหรือวิสโคสหรือเรยอน ในปริมาณสูง ๆ เพื่อผิวสัมผัสที่นุ่มลื่น ระบายอากาศได้ดี ซึ่งจะมีราคาสูง แต่ถ้ามีส่วนผสมของไนลอนหรือโพลีโพรทีลีนในปริมาณ สูงผ้าจะมีลักษณะหยาบ ระบายอากาศไม่ดี มีราคาถูก สังเกตจากเนื้อผ้าที่มีแววสะท้อนแสงจะมีส่วนผสมของโพลีโพรทีลีนในปริมาณสูง
-ความคิดที่ว่าที่นอนนุ่มไม่ดี จะทำให้ปวดหลังได้นั้น ไม่ถูกต้องเสมอไป สาเหตุจากที่นอนนิ่มถ้าเป็นเพราะสปริง เมื่อใช้ไประยะหนึ่งสปริงย่อมเกิดความอ่อนล้ายุบตัว ก็อาจทำให้ปวดหลังได้ แต่หากที่นอนนุ่มเพราะซื้อวัสดุรองรับนุ่ม โดยมีสปริงที่เป็นแกนกลางของที่นอนแข็งแรง จะไม่ทำให้ปวดหลัง โดยทั่วไปร่างกายของเราขณะนอนจะมีแรงกดทับบริเวณไหล่ และสะโพก ร่างกายของเราจึงต้องการที่นอนที่มีลักษณะนุ่มเพราะชั้นวัสดุรองรับทำหน้าที่เป็นเบาะให้ร่างกาย
-หากจะให้ที่นอนมีความนุ่มสบาย และอายุการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ จะต้องวางบนบ๊อกสปริงเท่านั้น เพราะบ๊อกสปริงทำหน้าที่เป็นโช๊คอัพให้กับที่นอนสปริง ดูดซับแรงกดที่ถ่ายทอดผ่านที่นอนสปริงสู่บ๊อกสปริงไม่ให้สะท้อนกลับสู่ร่างกายผู้นอน จึงทำให้ที่นอนสปริงยืดหยุ่น นุ่มสบายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการดูดซับแรงกดเป็นการคลายความเครียดของสปริงทำให้สปริงมีอายุการใช้งานยืดยาว



เคล็ดลับการดูแลตัวเองที่สาววัย 20 30 40 ควรรู้ เพราะแต่ละช่วงวัยต้องการการบำรุงที่ไม่เหมือนกัน ผู้หญิงอย่าหยุดสวย แม้กาลเวลาจะทำให้อายุค่อย ๆ กระเถิบขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่เราก็อย่ายอมให้ผิวพรรณและร่างกายเสื่อมโทรมไปตามวัยเชียว เพราะฉะนั้นเราควรต้องรู้เลยว่า วัยของเราควรบำรุงร่างกายแบบไหนให้มากเป็นพิเศษ เพื่อจะได้มีสุขภาพดีตลอดไป คำแนะนำดี ๆ มาบอกกันด้วยว่า สุขภาพดีออกแบบได้
วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิงนับเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และการปรับตัวเข้ากับสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องวัยทองเพื่อให้สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้สตรีวัยทองสามารถดูแลตนเองและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ อายุเท่าไหร่ถึงจะถูกเรียกว่าวัยทอง (คงไม่มีใครอยากใช้คำนี้กับตัวเองหรอก) เริ่มตั้งแต่ผู้หญิงอายุ 45-50 ปี สามารถเกิดวัยทองได้ แต่โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ช่วงอายุ 48-49 ปี จะเข้าสู่วัยทอง สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ และผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่ 